รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
สาระสนเทศ

เว็บไซต์ธนาคาร
เว็ปไซต์ท้องถิ่น
จังหวัดมหาสารคาม   
เทศบาลเมืองมหาสารคาม
ตำรวจภูธรมหาสารคาม  
โรงพยาบาลมหาสารคาม
ศูนย์บริการฯแพทย์ มมส.
อบต.เขวา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยราชภัฎฯ มค. 
สถาบันการพลศึกษา มค.
วิทยาลัยเกษตรกรรมฯ มค.
วิทยาลัยเทคนิคฯ มค.
วิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ มค.
ร.ร.สารคามพิทยาคม
ร.ร.ผดุงนารี
แนะนำเว็ปไซต์น่าสนใจ
 ครุบ้านนอกดอดคอม
 ครูไทย [ kruthai.info ]
คุณครูดอดคอม
วิชาการดอดคอม
 EduZones
บ้านไทยกู้ดวิว
สสวท.www.scithai.com
โรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ.
ส.ก.ศ.เฉพาะกิจจ.ภาคใต้
แหล่งเรียนรู้ข่าวสาร.org
ครุสภา
เด็กไทยสุขภาพดี
 เด็กไทยทำได้
รักน้ำดอทคอม
 ศูนย์ฯ ภาษาอังกฤษ
บริจาคการศึกษาให้1ได้2
E-learning เรื่องเอดส์
แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม
Teach to the Future
e-book สทร.สพฐ.
สื่อการเรียนรู้.com
ห้องสมุดธรรมะออนไลน์
 ห้องเรียนออนไลน์
 ศูนย์รวมสื่อกระทรวงฯ
 ความรู้ด้านสุขภาพ
หน่วยงานทางการศึกษา
เว็ปไซค์โรงเรียนศูนย์เขวา
  โรงเรียนบ้านเขวา "รัฐประชาฯ
  โรงเรียนบ้านเอียดฯ 
  โรงเรียนบ้านติ้วฯ
  โรงเรียนบ้านหนองตื่น
  โรงเรียนบ้านหมี่เหล่าน้อย
  โรงเรียนบ้านสงเปลือยฯ
  โรงเรียนบ้านดอนดู่
  โรงเรียนนิคมบ้านหัน
  โรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ
  โรงเรียนบ้านหนองข่าหนองคูโปโล
  โรงเรียนบ้านหนองโดน
  โรงเรียนบ้านโดท่างาม
  โรงเรียนบ้านนาแพงดอนไฮ
  โรงเรียนบ้านโคกล่าม
  โรงเรียนบ้านหันเชียงเหียน
แฟ้มคำสั่งโรงเรียน
ดาวน์โหลดโปรแกรม
หากท่านไม่สามารถเปิดอ่านไฟล์ .pdf  ได้ให้Download
Acrobat reader ได้ที่นี่ครับ
 
 - - - - - - - - - - - - - - - -
:: Download ::
Acrobat Reader

ทอสอบความเร็วเน็ต

แนะนำเว็ปวิชาการ
สหวิชา ดอท คอม
รับแจ้งเว็บไม่เหมาะสม
อุทยานการเรียนรู้ TK park

กิจกรรมลูกเสือแห่งชาติ
แบบฟอร์ม
ใบลาป่วย ลากิจ
ใบลาพักผ่อน
ใบยกเลิกวันลา
แบบคำขอมีบัตรประจำตัว
แบบคำร้องขอย้าย
ใบเบิกค่ารักษาพยาบาล
หนังสือรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาล
ใบเบิกการศึกษาบุตร
ใบเบิกค่าเช่าบ้าน
ใบสำคัญรับเงิน
รายงานการเดินทางไปราชการ
แบบประมาณการวัสดุ
ราคามาตรฐานค่าก่อสร้างอาคาร
ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างทุกกรณี
สถิติ
Recent Hits:
  • Today: 322
  • Yesterday: 242
  • Trend:

Yearly Hits:
  • 2008: 8,421
  • 2009: 48,329
  • 2010: 90,890
  • 2011: 80,977
  • 2012: 123,565
  • 2006: 11
  • 2013: 61,799
  • Total: 0

Average Hits:
  • Hourly:12
  • Daily: 293
  • Monthly: 8,908
  • Yearly: 106,893
เรียนดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม บำรุงอนามัย ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน
การสานหวด





แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น







ภูมิปัญญาท้องถิ่น การสานมวย

ประวัติการสานมวยบ้านหนองแสน ในอดีต เมื่อประมาณปี พ.ศ.2400 บริเวณบ้านหนองแสนได้มีผู้คนอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ เนื่องจากว่ามีหนองน้ำที่อุดมสมบูรณ์และพื้นที่เหมาะสมในการเพาะปลูก และมีประชากรบางกลุ่มที่เข้ามาอาศัย เช่น ที่มาจากบ้านหมากแข้งที่มีอาชีพติดตามมาตั้งแต่ถิ่นบานเดิม คือ อาชีพการสานมวย ซึ่งเป็นภาชนะอย่างหึ่งสำหรับใช้นึ่งข้าวเหนียวที่คนไทยอีสานรับประทานกัน ในตอนเเรกสานขึ้นเพื่อใช้ในครัวเรือนภายในหมู่บ้าน ต่อมาจึงมีผู้เห็นความสำคัญของการจักสานมวยว่าน่าจะเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัว จึงมีการทำขึ้นเพื่อนำไปจำหน่ายตามหมู่บ้านต่างๆ ปรากฏว่าจำหน่ายได้ดีชาวบ้านจึงยึดการสานมวยเป็นอาชีพเสริมรองจากการทำไร่ทำนาและนับเป็นรายได้เข้าสู่หมู่บ้านปีละหลายแสนบ้าน ระยะต่อมา การสานมวยเริ่มประสบปัญหา เนื่องจากวัตถุดิบ (ไม้ไผ่) ขาดแคลนต้องไปซื้อจากต่างจังหวัด จึงมีบางส่วนต้องอพยพไปทำงานที่อื่น แต่ก็ยังมีผู้สานมวยในตำบลหนองแสนอยู่มากพอสมควร ตอนแรกสานเพื่อใช้นึ่งข้าวในครัวเรือนเท่านั้นต่อมามีคนจากหมู่บ้านต่างๆในตำบลใกล้เคียงสนใจมากจึงได้เพิ่มจำนวนและขยายเป็นวงกว้างไปเรื่อยๆจนในที่สุดการสานมวยของชาวบ้านหนองแสนจึงกลายเป็นอาชีพหัตถกรรมที่สำคัญ มีชื่อเสียง เพราะมีพ่อค้าจากภาคต่างๆทั่วประเทศมารับซื้อทุกระยะ เพราะมวยจากบ้านหนองแสนมีการสานฝีมือปราณีต สวยงาม ลักษณะพิเศษมีความหนาถึง 3 ชั้น

อุปกรณ์ในการสานมวย



   1.ไม้ไผ่ ต้องเป็นไม้ไผ่บ้านอายุแก่ประมาณ 1 ปี ขึ้นไป เพราะถ้าใช้ไม้อ่อนนำมาสานมวยจะ



  ทำให้ไม้ไผ่หดตัวมาก จะเปราะมอดชอบกิน ถ้าใช้ไม้แก่จะทำให้มวยมีคุณภาพการใช้งานได้นานไม้ไผ่ส่วนโคนต้นนำมาทำตอกเสียบหรือตอกยั่ง เพราะขนาดของปล้องจะสั้น ส่วนกลางลำไม้ไผ่ทำตอกสานชั้นในและชั้นสอง ส่วนไม้ปล้องที่ยาวที่สุดจะนำมาทำตอกสานชั้นที่สามส่วนปลายไม้จะนำมาทำขอบมวย คือขอบบนและขอบล่าง




   2. มีด ใช้มีดอีโต้ ลับให้คม เพื่อใช้ในการผ่าไม้ไผ่ให้เป็นแผ่นบางๆ เพื่อจักตอกสาน จักตอกเสียบและทำขอบมวย



   3. หินลับมีด เตรียมมาเพื่อใช้ลับมีดเวลาที่จักตอกส่วนต่างๆเมื่อมีลดความคมลง จะได้ลับมีดทันที



   4. เลื่อย ใช้เลื่อยลันดา เพื่อใช้ตัดไม้เป็นท่อนๆ เพื่อที่จะนำมาจักตอกสาน ตอกเสียบ หรือตอกยั้ง ตอกสานชั้นสามและทำขอบ



   5. เชือกในล่อนเส้นใหญ่ จะใช้ในการรัดตัวมวยชั้นที่สองให้แน่นก่อนที่จะเย็บขอบล่างของมวย



   6. ด้าย 80 เบอร์ 9 ใช้เย็บขอบล่างและขอบมวยบนของมวย และเย็บก้นมวยโยงเป็นใยแมงมุมเพื่อรองรับฝาแตะ บางครั้งจะใช้เชือกในล่อนเล็กเย็บขอบ แต่ไม่ทนไฟจึงนิยมใช้ด้ายเย็บแทน เดิมใช้หวายแต่ เนื่องจากราคาเเพงและหายากจึงเลิกใช้กัน



   7. เข็ม ใช้เข็มขนาดใหญ่ เพื่อใช้เย็บขอบล่างขอบบนของมวยและใช้เย็บก้นมวยเป็นใยเเมงมุม



ขั้นตอนการสานมวย



   1. การตัดไม้ -ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้ไผ่เพื่อจักตอกสานทีละปล้องยาวประมาณ 30 - 35 เซนติเมตร - ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้ เพื่อจักตอกเสียบหรือตอกยั่งที่ละปล้องยาวประมาณ 15 - 20 เซนติเมตร -ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้ไผ่เพื่อทำขอบมวย ตัดทำขอบบนประมาณ 3 ปล้อง หรือ ประมาณ 100 - 110 เซนติเมตร สำหรับขอบล่างยาวประมาณ เกือบ 2 ปล้อง หรือประมาณ 50 - 60 เซนติเมตร - ใช้เลื่อยลันดาตัดไม้ไผ่ปล้องที่ยาวที่สุดสำหรับจักตอกสานชั้นที่สาม



   2. การจักตอกสานชั้นในและชั้นที่สองเลือกไม้ส่วนที่เหลือจากการทำตอกเสียบหรือไม้ตรงกลางยาวประมาณ 30 - 35 เซนติเมตร นำมาผ่าออกเป็นซีกกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ปล้องหนึ่งผ่าเป็นซีกแล้วจะได้ประมาณ 15 -18 ซีก แล้วเหล่าปลายข้างหนึ่งให้มีความเรียวประมาณ 1 เซนติเมตร (ภาษาถิ่นเรียกว่า การส่วยไม้) แล้วใช้มีดอีโต้ที่คมจักตอกโดยผ่าเป็นผ่าเปิ้น ให้เป็นเส้นบางๆไม้ไผ่ซีกหนึ่งจะได้ตอกประมาณ 20 - 25 เส้น ตอกที่ได้เรียกว่า ตอกสาน เมื่อจักตอกเสร็จจะนำตอกไปผึ่งแดดเพื่อให้ตอกอยู่ตัว



   3. การจักตอกเสียบหรือตอกยั้งนำไม้ไผ่ที่ตัดไว้ซึ่งเป็นไม้ไผ่จากโคนต้นมาผ่าเป็นซีก กว้างประมาณ ยาวประมาณ 25 - 30 เซนติเมตร แล้วเหล่าปลายข้างหนึ่งให้เรียวประมาณ 0.5 เซนติเมตร (ทำเหมือนการส่วยไม้ ทำตอกสานแต่จะเล็กกว่า) แล้วจักให้บางตามลายเปิ้นเรียกว่าตอกเสียบตอกยั้ง เมื่อจักตอกเสร็จแล้วก็นำตอกไปผึ่งแดดเพื่อให้ตอกอยู่ตัว



   4. การจักตอกสานชั้นสามตัดไม้ไผ่ส่วนต่อจากตอกสานและใช้ปล้องที่ยาวที่สุดตัดส่วนข้อออกและผ่าเป็นซีกหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร และจักตอกตะเเคงทำเป็นเส้นบางๆ เล็กๆ จะนำมาสานกับตอกเสียบหลังจากจักตอกเสร็จแล้วให้นำไปผึ่งแดด



   5. ไม้ทำขอบนำไม้ไผ่ส่วนปลายที่ตักเป็นท่อนๆ ท่อนละประมาณ 3 ปล้อง หรือประมาณ 100 - 110 เซนติเมตร สำหรับทำขอบบนยาวประมาณ 50 เซนติเมตร สำหรับขอบล่าง นำมาผ่าเป็นซีก กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร นำมาเหล่าให้เรียบแล้วผ่าจักออก เป็นสองข้างเหล่าให้บางกว่าส่วนอื่นเผือเวลานำมาประกอบเป็นวงกลมจะทำให้ไม่หนากว่าส่วนอื่น



   6. การจักตอกสานฝาแตะนำไม่ไผ่ที่ตัดไว้แล้วยาวประมาณ 20 - 25 เซนติเมตร นำมาผ่าเป็นเปิ้น ซีกหนายาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร จักตะแคงเป็นเส้นเล็กๆเหมือนกับจักตอกสานชั้นที่สาม หรือจะใช้ตอกสานชั้นที่สามมาสานเลยก็ได้เพราะวิธีการจักเเบบเดียวกัน



   7. การสานมวยชั้นในและชั้นที่สองนำตอกสานที่เตรียมไว้แล้วมาสานเป็นลายสองเวียน ในการสานจะเริ่มที่ขอบล่างก่อน (ก้นมวย) และสานเวียนไปเรื่อยๆ ชั้นที่หนึ่งจะใช้ตอกประมาณ 45 คู่ แล้วนำมรประกอบกันเป็นวงกลม ซึ่งเป็นรูปร่างกันมวย เมื่อประกบเรียบร้อยแล้วก็สานต่อด้วยลายสองเหมือนเดิมจนเสร็จเป็นตัวมวย ขั้นตอนนี้จะสานสองครั้ง เมื่อเสร็จเเล้วให้นำมวยมาซ้อนกันจะเป็นมวยชั้นที่สองแล้วใช้เชือกในล่อนมารัดส่วนบนและส่วนล่างให้แน่น เพื่อให้ได้รูปทรงของมวย ตามที่ต้องการ หลังจากทำขั้นตอนนี้เสร็จเเล้วให้นำมวยไปผึ่งเเดด ประมาณ 2 แดด (2วัน)



   8. การเข้าขอบล่าง (ก้นมวย)ก่อนที่จะเข้าขอบล่างให้ใช้เชือกในล่อน รัดขอบบนให้แน่นก่อนแล้วใส่ขอบบนไว้แต่ยังไม่เย็บให้โค้งขอบเป็นวงกลมไว้เฉยๆ แล้วใช้เชือกรัดมาที่ขอบล่างให้แน่นแล้วเข้าขอบล่าง วิธีการเข้าขอบล่าง คือการนำไม้ที่เตรียมไว้แล้วมาใส่โดยการแยกไม้ที่ผ่าไว้มาวางทาบที่ขอบด้านนอกก่อนโดยใช้ติวไม้ และทำให้เป็นวงกลมไปตามขอบมวย ส่วนไม้ที่เหลือให้วงทาบที่ขอบมวยด้านในแล้วใช้ด้ายเย็บให้แน่น ห่างกันประมาณ 1.5 เซนติเมตร เย็บให้รอบขอบล่าง



   9. การสานมวยชั้นที่สามนำตอกเสียบหรือตอกยั้งที่เตรียมไว้มาเสียบให้รอบมวยชั้นที่สองให้ห่างจากขอบล่างแระมาณ 10 - 12 เซนติเมตร แล้วนำตอกสานเส้นเล็กที่เตรียมไว้มาสานกับตอกเสียบหรือตอกยั้ง ลายที่สานเรียกว่า ลายกระทุนเวียน ซ้าย - ขวา (หรือลายขัด , ลายหนึ่ง)ในการสานชั้นที่สามนี้ จะเริ่มสานจากขอบล่างประมาณ 10 - 12 เซนติเมตร สานตอกเริ่มทีละเส้นถ้าเส้นที่ หนึ่ง หมดให้เริ่มสานเส้นที่สอง โดยสานกลับไปเส้นละด้านถ้าไม่ถึงขอบปากให้ต่ออีกเส้น สานไปจนถึงขอบปากมวยจึงถือว่าทำเสร็จขั้นตอนนี้



   10. การเข้าขอบบน (ปากมวย)เมื่อสานมวยชั้นที่สามเสร็จแล้วนำมวยมาตัดขอบปากมวยให้เสมอกันหลังจากนั้นใช้ขอบมวยที่สานไว้แล้วมาวางทาบที่ขอบบนจะทำแบบเดียวกันกับวิธีเข้าขอบล่าง (ก้นมวย) เสร็จแล้วเย็บขอบบนให้ห่างกันประมาณ 1.5 เซนติเมตรจนรอบขอบบน



   11. การสานฝาแตะ (ที่รองข้าวเหนียวเวลานึ่ง)นำตอกที่เตรียมไว้มาสานด้วยลายสองให้ได้แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวประมาณ 18 - 20 เซนติเมตร ใช้ภาชนะกลมๆเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 - 16 เซนติเมตร มาวางทาบลง แล้วใช้สีลาดตามขอบภาชนะแล้วนำมาตัดตามรอยเป็นรูปวงกลมใช้ผ้ายืดสีขาวที่ตัดเป็นผ้าเฉลียงนำมาต่อกันยาวๆมาหุ้มตามริมฝาแตะที่ตัดเป็นวงกลม เย็บให้ติดกัน จนรอบถ้าไม่เย็บมือจะใช้จักรเย็บก็ได้



   12. การเย็บก้นหวดสำหรับรองฝาแตะใช้วิธีการเย็บแบบโยงไปมาตรงข้ามกันหรือเรียกว่าเย็บแบบโยงใยแมงมุม เมื่อทำตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วก็จะได้มวยที่สมบูรณ์แบบประโยชน์ของมวย



ผลผลิตจากการสานมวย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างจากการออกแบบและปรับปรุงขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของตลาด ดังนี้



   1. เป็นภาชนะใช้นึ่ง หรือประกอบอาหารให้สุกด้วยไอน้ำ เช่น นึ่งข้าว นึ่งปลา นึ่งไก่ นึ่งเห็ด นึ่งหอย นึ่งขนม



   2. เป็นภาชนะใช้ตุ๋น เช่น ตุ๋นไข่ ตุ๋นเนื้อ ตุ๋นเป็ด ตุ๋นไก่



   3. เป็นเครื่องประดับตกแต่งห้อง อาคาร ทั้งภายในและภายนอก เช่น แจกัน โมบาย กระถางต้นไม้ กระถางดอกไม้



   4. ใช้ในงานเกษตร โดยนำมวยที่ใช้แล้วเป็นภาชนะใส่ดินสำหรับปลุกไม้ประดับ และพืชผักสวนครัว



   5. ใช้เป็นถังขยะ (ขยะแห้ง)



   6. ใช้เป็นของชำรวย ของที่ระลึก เช่น มวยเล็ก กล่องกระดาษ จี้ประดับ กล่องน่ารัก โคมไฟ



   7. ใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนา การสานมวยให้ดียิ่งขึ้น



   8. ส่งผลให้นักเรียนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาชาวบ้านและทรัพยากรที่หาง่าย ราคาถูก ซึ่งมี อยู่ทั่วไปในท้องถิ่น



ราคาขาย



   1. ที่แหล่งผลิต โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ชนิดอย่างดีตอกละเอียด ราคาใบละ 30 บาท ชนิดธรรมดา ตอกหยาบ ราคาใบละ 19 บาท



   2. จากแหล่งผลิตไปถึงผู้ซื้อ โดยผ่านพ่อค้าคนกลาง ชนิดอย่างดี ประมาณใบละ 50 บาทขึ้นไป ชนิดธรรมดา ประมาณใบละ 35 - 40 บาทขึ้นไป

ศัพท์เกี่ยวกับการสานมวย



  • มวย หมายถึง เครื่องจักสานที่ทำจากไม้ไผ่ มีรูปร่างลักษณะทรงกระบอก ส่วนล่างจะแคบ สำหรับสวมลงหม้อซึ่งบางท้องถิ่นอาจเรียกว่า "หวด" แต่ความจริงแล้วหวดจะมีรูปร่างแตกต่างจาก มวย คือ จะเหมือนรูปกรวย แต่ส่วนล่างจะปิดไม่เป็นรูปทรงกระบอก เหมือนมวย การใช้ประโยชน์ในการนึ่ง มวยจะใช้ปริมาณได้มากกว่าและแข็งแรงทนทานกว่า เพราะมีความหนาจากการสานถึง 3 ชั้น

  • ไม้ไผ่บ้าน หมายถึง ไม้ไผ่สีสุกลำต้นมีขนาดใหญ่และตรง เป็นไม้ไผ่ที่เรานำมาใช้ใน การสานมวย

  • ตัด หมายถึง การใช้มีดหรือเลื่อยแบ่งไม้ไผ่ออกเป็นท่อนๆ ตามลายขวาง

  • ผ่า หมายถึง การใช้มีดที่มีความคมกดลงบนหน้าตัดไม้ไผ่จากด้านโคนไปหาปลาย

  • จัก หมายถึง การใช้คมมีดแบ่งส่วนไม้ไผ่ออกเป็นเส้นบางๆ

  • เหลา หมายถึง การนำเส้นตอกที่จักแล้วมาเหลาให้ละเอียด

  • ตอก หมายถึง ไม้เส้นบางๆ ที่ได้จากการจัก

  • ตอกยั้ง หมายถึง ตอกที่วางในแนวดิ่งเมื่อทำการสาน

  • ตอกปื้น หมายถึง ตอกที่ถูกจักทางแบนขนานไปกับหลังติวไม้

  • ส่วย หมายถึง การเหลาตอกให้มีความกว้างเล็กลงเรื่อยๆ

  • มีดอีโต้ หมายถึง มีดที่มีขนาดใหญ่ ใช้สำหรับตักไม้ หรือเจียนไม้ การผ่าการจัก และเหลาตอก

  • มีดตอก หมายถึง มีดที่มีลักษณะเป็นรูปเรียวปลายแหลม ด้ามมีลักษณะกลมยาว ประมาณ 14 นิ้ว งอไปตามข้อศอก ใช้สำหรับคว้านท่อนไม้ไผ่ที่ผ่าแล้วหรือใช้สำหรับการเหลาตอกนั่นเอง

  • หินลับมีด หมายถึง หินที่ใช้สำหรับลับมีดให้มีความคม เมื่อเวลาตัด ผ่า จัก และ เหลาตอกจะได้ไม่ต้องออกเเรงมาเกินไป

  • เชือก หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจัดตัวมวยหลังจากไป่ตอกเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อให้เส้นตอกมีความกระชับแน่น

  • ผ้าด้ายดิบ หมายถึง ผ้าที่ใช้สำหรับตัดทำขอบฝาแตะแล้วเย็บด้วยด้ายเย็บ เพื่อกันตอกของฝาแตะหลุดหรือดีดตัวออกมา

  • ด้ายเส้นเล็ก หมายถึง ด้ายดิบที่ทนความร้อนของไอน้ำ และจะไม่หด ใช้สำหรับเย็บขอบมวยฝาแตะไม่ให้หลุดออก เข็มเย็บ หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้เย็บขอบมวยทั้งขอบบนและล่างและฝาขัดแตะ

  • ผ้าพันนิ้วมือ หมายถึง เศษผ้าหนาๆความยาวประมาณ 4 - 6 นิ้ว ใช้สำหรับพันนิ้วมือเวลาจัก ตอก และเหลาตอก เพื่อป้องกันอันตรายจากมีดและคมไม้ไผ่

  • การสานลาย หมายถึง การสานประกบทั้งสองด้านเข้าหากัน โดยให้สานตอกที่เหลือ

  • กระทุนเกียวน หมายถึง ข้างละ 4 เส้น ติดกันต่อเนื่องจากลายสองเวียนที่สานมาแล้วให้ถูกต้อง

  • ตอกยืน หมายถึง ตอกยั้ง

  • ไป่ตอก หมายถึง การสานตอกเส้นบนตอกเส้นล่างทับกัน





  • หมวด : ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น

    หวด ภาชนะนึ่งข้าวเหนียวจากไม้ไผ่
    หวด   ภาชนะนึ่งข้าวเหนียวจากไม้ไผ่
                            ความเป็นมา   จากวิถีชีวิตและความเป็นอยู่อันเรียบง่าย   ของประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ที่มีค่านิยมในการรับประทานข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก   อีกทั้งนักคิดค้นหาวิธีการประดิษฐ์   เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน   ด้วยการนำเอาวัสดุที่มีในท้องถิ่นราคาถูก   หาได้ง่าย   และใช้ภูมิปัญญา   ที่แฝงไว้ด้วยศิลปะที่น่าทึ่ง   เช่น   ศิลปะการจักสาน   การถักทอ   การปั้น   แกะสลัก   เป็นต้น   ทั้งนี้   การประดิษฐ์เครื่องใช้ต่าง ๆ   นั้นจะมีขั้นตอนต่อเนื่อง   ที่เน้นกระบวนการด้วย
                            หวดนึ่งข้าว   ก็เป็นเครื่องใช้อย่างหนึ่ง   ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของชาวบ้านทุกวันจะต้องใช้หวดนึ่งข้าวเป็นประจำ   การนึ่งข้าวเหนียวด้วยหวดนั้น   นับว่าเป็นวิธีง่ายและสะดวกที่สุด ดังนั้น   หวดนึ่งข้าวจึงเป็นเครื่องใช้   ที่ผู้ผลิตสามารถทำรายได้ให้กับครอบครัว   โดยทำเป็นอาชีพเสริมได้   เพราะนอกจากจะใช้หวดนึ่งข้าวแล้ว   ยังสามารถดัดแปลงหวดเป็นเครื่องใช้อย่างอื่นได้ด้วย   เช่น   ประดิษฐ์เป็นโคมไฟตกแต่งร้าน   ประดิษฐ์เป็นหน้ากากแสดงผีตาโขน   และสิ่งอื่นได้อีกมากมาย
                            บ้านสำราญ   ตำบลอาจสามารถ   อำเภอเมืองนครพนม   จังหวัดนครพนม   เป็นหมู่บ้านหนึ่ง   ที่มีการอนุรักษ์และสืบทอดการสวนหวดนึ่งข้าวมาหลายชั่วอายุคนแล้ว   ถึงแม้ว่าในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางการผลิต   เครื่องมือ   เครื่องใช้ต่าง ๆ   มากก็ตาม   หวดนึ่งข้าวก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่
                            วัสดุอุปกรณ์การทำหวดนึ่งข้าว
                            พร้า   เลื่อย   ไม้ไผ่เฮี้ย   เศษผ้า
                            ขั้นเตรียมเส้นตอก
                            ใช้พร้าตัดไม้ไผ่เฮี้ยจากกอ   โดยเลือกลำที่ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป
                            ใช้เลื่อยตัวให้เป็นปล้อง ๆ โดยทิ้งส่วนที่เป็นข้อ   ความยาวของไม้ไผ่ที่เลื่อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของหวด   เช่น   ถ้าสานหวดใหญ่จะตัดไม้ให้ยาว   35   นิ้ว   หวดขนาดกลาง   30   นิ้ว   หวดขนาดเล็ก 25   นิ้ว   เป็นต้น
                               ใช้พร้าผ่าไม้ไผ่เป็นซีก (ชาวบ้านเรียก  กีบ) ขนกดความกว้างของซีกไม้ไผ่ หวดขนาใหญ่ กว่าง 0.5 ซม. หวดขนาดกลาง กว้าง 0.8 ซม. หวดขนาดเล็ก กว้าง 0.6 ซม.
                                การจักส่วยตอก คือ การเหลาซีกไม้ไผ่เพื่อลบคมของซีกไม้ตรงกลางออก อล้วเหลาหัวท้ายของซีกไม้ให้เรียวลง
                               การจักตอก คือ การเอาส่วนที่เป็นเนื้อไม้และเปลือกไม้ไผ่ (ติวไม้) แยกออกจากกันซีกหนึ่งจะจักเป็นเส้นตอกได้ประมาณ 8-10   เส้นการจักตอกสำหรับสานหวด ควรหาสไม้ไผ่ที่ค่อนข้างอ่อน ความยาวของเส้นตอกทำตามขนกดที่กล่าวข้างต้น
                            ขั้นนำเส้นตอกที่จักไว้ไปผึ่งแดดย่าง หรือรมควัน
                            นำเส้นตอกที่จักเสร็จแล้วผึ่งแดดให้แห้ง ถ้าเป็นฤดูก็ใช้วิธีรมควัน จะทำให้ไม่มีราขึ้น การผึ่งแดดใช้เวลา 2-3 วันถ้ารมควันก็ให้สังเกตดูสีของเส้นตอก เป็นสีน้ำตาล ก็ถือว่าใช้ได้
                            เมื่อเส้นตอกผึ่งแดดหรือรมควันได้ที่แล้วมัดตอกเป็นมัด ๆ ตามความยาวของเส้นตอก แต่ชะขนาดไว้  
                            ขั้นการสานหวด
                            การก่อหวดใช้ตอกเป็นเปลือกไผ่ (ติวไม้) สานก่อรวมกันกับตอกธรรมดา วางในแนวตั้ง 4 เส้น แนวนอน 8 เส้น สานขัดเป็นลาย 3 โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลาง สานไปข้างจุดกึ่ง สานไปข้างละ 13 ชัด
                            รอบปลุกก้นหวด นำเอมหวดที่ก่อแล้วมาหักมุมที่จุดกึ่งกลางแล้ว สานลาย 3 ไป รอบ ๆ หวดจนหมดเส้นตอกทั้ง 2 ข้าง
                            การสานหวด ถ้าสานความสูงของหวดยังไม่ได้ขนาด ก็สามารถใช้เส้นตอกเพิ่มความสูงได้แล้วสานเพิ่มเข้าไปอีกทั้ง2 ข้าง
                            การไพหวด เมื่อความสูงได้ตามความต้องการแล้ว จะใช้ตอกไพ มาสานขัดหวดเป็นขัดลาย 3 โดยใช้ตอกไพ 3 เส้น สานลายขัดไล่กันไปให้รอบแล้ว ตัดเส้นตอกที่ยาวเกินไปทิ้งเพื่อเตรียมม้วนในขั้นตอนสุดท้าย
                            การม้วนหวดเริ่มจากด้านข้างของหวด ใช้นิ้วมือหักม้วนไปตามลาย ม้วนต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงกึ่งกลายและเหน็บเส้นตอก 2 3 เส้น สุดท้ายลงไปตามลาย ของหวดแต่ละข้างก็จะได้หวดนึ่งข้าวที่สมบูรณ์
                            การสานหวดนึ่งข้าว เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง ผสมสานกับงานศิลปะของชาวบ้านที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แม้ว่าสังคมปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยก็ตาม เราก็ควรจะอนุรักษ์ หวดนึ่งข้าว อันเป็นมรดกภูมิปัญญาชาวบ้านไว้ ให้คงอยู่สืบต่อไป
                                                                           
    หวด
                ของใช้งานประจำวันสำคัญยิ่ง                       นับเป็นสิ่งของบ้าน ได้สรรหา
               นำความคิดสร้างสรรค์                                สานสร้างค่าผลงานการฝีมือ
                จากเส้นตอกบอกย้ำนำความคิด                    มุ่งผลิตผลงานมาน่านับถือ
                สานเป็น หวดนึ่งข้าว เขาฝึกปรือ                    จนเลื่องลือเก่งล้วนกระบวนการ
                สองมือน้อยค่อยคงบรรจงจับ                       เส้นตอกนับตระหนักเริ่มจักสาน                   
                แล้วขึ้นรูปจัดทรงลงผลงาน              ด้วยชำนาญสานหวดอวดผู้ชม
                หวดใบงานสำเร็จเสร็จสมค่า             ค่าภูมิหลงลมท้องถิ่นถวิลสม
                เริ่มปลูกฝังเถิดหนาค่านิยม              อย่าหลงลมลือเห็นความเป็นไทย









    สงวนลิขสิทธิ์โดย © โรงเรียนบ้านเขวา "รัฐประชาวิทยากร" สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต1 All Right Reserved.

    ติดประกาศ: 2008-12-24 (15813 ครั้ง)

    [ ย้อนกลับ ]
    โรงเรียนบ้านเขวา "รัฐประชาวิทยากร" เลขที่ 225 หมู่ที่ 17 ตำบลเขวา
    อำเภอเมืองมหาสารคาม  จังหวัดมหาสารคาม 44000
    โทร 043-746183 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต1
    อีเมล์ผู้ดูแลระบบ thrisenee@hotmail.com โทร 085-9280703